TH
|
EN
|
ZH
หน้าหลัก
โครงการ วี.เอ็ม.พี.ซี
โรงแรม, แมนชั่น
สาทร แกลเลอรี่ เรสซิเดนซ์
บ้านสวนรามคำแหง
ภูหลวง แมนชั่น
โอ๊ควู๊ด ศรีราชา
โอ๊ควู๊ด กรุงเทพ
บ้าน
แอสเทรา เบลส
แอสเทรา เรสซิเดนซ์
แอสเทรา ไพรด์
Atara Mall
โปรโมชั่น
วี.เอ็ม.พี.ซี แฟมิลี่
ข้อมูลองค์กร
เกียวกับเรา
ข่าวสารและกิจกรรม
ร่วมงานกับเรา
ติดต่อเรา
6 ไม้ยืนต้นดอกสีเหลืองช่วยดูดซับสารพิษเพิ่มอากาศบริสุทธิ์ให้กับบ้าน
ผู้เข้าชม : 5919 ครั้ง วันที่สร้าง : 02/01/2020 10:04
ทำความรู้จัก 6 ไม้ยืนต้นดอกสีเหลือง พร้อมวิธีการปลูกและการดูแล แค่ลงมือปลูกคนละต้น ก็ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและอากาศบริสุทธิ์ให้กับเมืองได้แล้ว
นอกจากต้นไม้จะผลิดอกออก
ใบทำให้พื้นที่สวยงามน่ามองแล้ว
สำหรับไม้ยืนต้นยังแผ่กิ่งก้านสาขา
ให้ร่มเงาให้กับบ้าน และเนื่องจากในช่วงเดือนมกราคม ปี 2563 ทาง กทม. จะเริ่มแจกจ่ายต้นกล้า 1 ล้านต้น จากโครงการ "มอบล้านกล้า สู่ล้านต้น จากล้านคน สู่สังคมเมือง" ได้แก่ ต้นทองอุไร ทรงบาดาล เหลืองปรีดียาธร รวงผึ้ง นนทรี และประดู่ โดยมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนนำไปปลูกกัน เพื่อพื้นที่สีเขียวให้กับเมือง แถมมีคุณสมบัติช่วยดูดซับสารพิษ วันนี้กระปุกดอทคอมขออาสาพาทุกคนไปรู้จักกับ
ต้นไม้จัดสวน
ไม้ยืนต้นดอกสีเหลืองทั้ง 6 สายพันธุ์ พร้อมวิธีปลูกและการดูแลกันค่ะ
1. ต้นทองอุไร
นับเป็น
ต้นไม้มงคล
อีกหนึ่งชนิดที่คนไทยนิยมปลูก
ซึ่งมีความเชื่อกันว่าหากบ้านใดปลูกทองอุไรไว้ที่บ้าน
จะช่วยส่งเสริมดวงชะตา
ให้มีความเจริญรุ่งเรือง
มั่งคั่งไปด้วยทรัพย์สินเงินทอง
อีกทั้งยังส่งเสริมบารมีและวาสนาให้กับผู้ปลูกอีกด้วย
ส่วนของชื่อนั้นก็แตกต่างออกไปตามท้องถิ่น
เช่น ดอกละคร พวงอุไร และ
สร้อยทอง
ลำต้นเป็นไม้พุ่มเรือนยอดทรงกลมหรือรูปไข่
ความสูงประมาณ 2-5 เมตร
ไม่ผลัดใบ
ใบคล้ายรูป
หอก ขอบใบหยัก ใต้ใบมีขนละเอียด มักจะออกดอกช่วงกลางปีระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายน ซึ่งดอกทองอุไร
จะมีสีเหลืองสด ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ลักษณะของดอกคล้ายรูปแตร ปลายกลีบดอกแยกเป็น 5 กลีบ หากจะนำไปจัดสวนควรปลูกในดินที่ระบายน้ำดี เช่น ดินร่วน มีความชื้นปานกลาง และโดนแดดเต็มวัน บำรุงด้วยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์และหมั่นตัดแต่งกิ่งอยู่เสมอก็จะช่วยทำให้มีดอกสวยงามและได้ชมดอกตลอดทั้งปี
2. ต้นทรงบาดาล
ทรงบาดาล
หรือที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกกันว่า
ขี้เหล็กบ้าน
ขี้เหล็กหวาน
สะเกิ้ง
และสะโก้ง
เป็นพรรณไม้จากต่างประเทศ ที่นิยมนำมาปลูกจัดสวนเพราะเข้ากับสภาพอากาศของไทยได้ดี ลักษณะทรงบาดาลเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กความสูงประมาณ 5-10 เมตร ลักษณะเป็นใบประกอบคือ แตกเป็นใบเล็ก ๆ สลับซ้าย-ขวาตามกิ่งใบ ท้องใบมีขนเล็กน้อย ออกดอกเป็นช่อสีเหลืองอร่าม แต่ละดอกมีกลีบ 5 กลีบ และสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี ทั้งนี้ต้นทรงบาดาลสามารถปลูกได้ในดินทุกชนิด แต่จะเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในดินร่วนและพื้นที่ที่มีแสงแดดจัด ไม่ต้องรดน้ำบ่อย เพราะไม่ชอบน้ำมาก
3. ต้นเหลืองปรีดียาธร
ไม่ต้องแปลกใจหากจะรู้สึกคุ้นหูกับชื่อของต้นไม้ชนิดนี้
ก็เป็นเพราะว่าชื่อของเหลืองปรีดียาธรนั้น
ตั้งตามนามของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล นักการเมืองและอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หลังจากที่มีการนำต้นตา
เ
บบูญ่าจากอเมริกาใต้เข้ามาขึ้นทะเบียนในไทย ซึ่งมีอีกหนึ่งชื่อเรียกว่า ตาเบเหลือง ลักษณะเป็นไม้
ยืนต้นขนาดเล็กความสูงไม่เกิน 8 เมตร โตช้า ผลัดใบ โดยใบของต้นเหลืองปรีดียาธรมีลักษณะแบบใบ
ประกอบคล้ายนิ้วมือ ทรงรีขอบเรียบ มีสีเขียวเคลือบเงิน ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีเหลืองเชื่อมติดกันคล้ายรูปแตร บานสะพรั่งในช่วงต้นปีระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม เหมาะสำหรับปลูกในดินร่วน ระบายน้ำได้ดี ชอบน้ำปานกลาง และแสงแดดจัด ทนแล้งได้ดี
4. ต้นรวงผึ้ง
เหตุที่
ต้นรวงผึ้ง
ถูกยกให้เป็นต้นไม้ประจำราชกาลที่ 10 นั้น
นอกจากจะเป็นเพราะว่ามีสีเหลืองอร่ามและผลิดอกช่วงวันพระราชสมภพแล้ว
พระองค์มักจะทรงนำต้นไม้ชนิดนี้ไปปลูกและพระราชทานให้กับราษฎรขณะเสด็จพระราชดำเนินไปประกอบพระราชกรณียกิจตามสถานที่ต่าง ๆ มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ทรงพุ่มมน ผิว
ใบสีเขียวส่วนใต้ใบเป็นสีน้ำตาล ออกดอกตามซอกใบช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม มีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นน้ำผึ้งตลอดทั้งวัน ไม่ต้องการดูแลมาก ใบร่วงน้อย ทั้งนี้ขึ้นได้ดีทั้งที่แห้งและค่อนข้างชื้น ทนแล้งได้ดี เหมาะสำหรับปลูกในที่แจ้งมีแดดส่องถึงตลอดทั้งวัน
5. ต้นนนทรี
ต้นนนทรี หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า
กระถินป่า กระถินแดง หรือสารเงิน เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่สามารถโตได้
ถึง 25 เมตร ลำต้นเป็นทรงพุ่ม ลักษณะเป็นใบขนาดเล็กคล้ายใบมะขาม ขึ้นเป็นคู่ประมาณ 10-15 คู่ต่อก้าน ทรงรีมนทั้งโคนใบและปลายใบ ขอบใบเรียบ ใต้ใบสีอ่อนกว่าด้านบนของใบเล็กน้อย ออกดอกเป็นช่อตรงปลายยอด ประกอบด้วยดอกย่อย 15-30 ดอก จะเริ่มผลิดอกตั้งแต่เดือนมีนาคมไปจนถึงมิถุนายน เนื่องจากมีใบหนาแน่นจึงนิยมปลูกให้ร่มเงา แต่ก็ไม่ควรปลูกใกล้บ้านจนเกินไปเพราะกิ่งค่อนข้างเปราะ ไม่ทนแรงลม อาจแตกหักได้ ส่วนการเพาะปลูกสามารถปลูกได้ในดินทุกประเภท ทนแล้งทนแดดได้ดี นอกจากนี้นนทรียังจัดอยู่ในพืชตระกูลถั่ว ดังนั้นใบแก่ที่ร่วงจากต้นยังกลายเป็นปุ๋ยเพิ่มสารให้ดินได้อีกด้วย โดยดูแลง่าย ๆ ด้วยการหมั่นตัดแต่งทรงต้นอย่างน้อยปีละครั้ง
6. ต้นประดู่
อีกหนึ่งต้นไม้มงคลประจำบ้าน
ที่คนโบราณเชื่อกันว่า
หากปลูกแล้วจะทำให้เกิดความปรองดอง
ร่วมมือร่วมใจ และสามัคคี ซึ่งมีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ลำต้นตั้งตรงความสูงประมาณ 15-30 เมตร ยอดเป็นพุ่มทรง
กลม แตกกิ่งก้านสาขาน้อย ใบออกรวมกันเป็นช่อ โคนมนปลายแหลม ผิวใบเป็นมันสีเขียว ขอบใบเรียบ ใบจะร่วงมากในช่วงฤดูร้อน ก่อนผลิดอกในช่วงย่างเข้าฤดูฝน ลักษณะของดอกออกเป็นช่อตรงโคนก้านใบและปลายกิ่ง ดอกขนาดเล็กแต่มีกลิ่นหอมแรง และส่งกลิ่นหอมได้ไกล เหมาะสำหรับปลูกในดินร่วนปนทราย ดินทราย หรือดินร่วนปนดินเหนียว แต่ต้องระบายน้ำได้ดี พื้นที่ปลูกมีแสงแดดเต็มวัน และรดน้ำวันละ 1 ครั้ง
ไม้ยืนต้นทั้ง 6 สายพันธุ์นี้ไม่ได้แค่ให้ร่มเงาและช่วยทำให้มีพื้นที่สีเขียวมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยดูดซับสารพิษในอากาศให้กลับมาบริสุทธิ์อีกครั้งด้วย บอกเลยว่าน่าปลูกทุกต้นจริงๆ
ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง http://vmpcgroup.com/CMS/Default.aspx
VMPC Social Network
© 2013 VMPCGroup.com ,All rights reserved.
ค้นหาโครงการ
--เลือกโครงการ--
บ้าน
โรงแรม, แมนชั่น
แอสเทรา เบลส
Oakwood Bangkok
Atara Mall
Oakwood Sri Racha
--เลือกที่ตั้ง--
พระราม 2-พุทธบูชา
สาทรแกลลอรี
หอการค้าไทย
พระราม 2-สุขสวัสดิ์
รามคำแหง
สะพานตากสิน